
ตามที่องค์การอนามัยโลกประกาศยกระดับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็น ‘ภัยพิบัติฉุกเฉินระดับโลก’ หลังยอดผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มต่อเนื่อง ทั้งยังพบผู้ติดเชื้อใน 18 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ส่งผลให้กระทบการท่องเที่ยวของประเทศไทย

ต่อมาทางการจีนได้สั่งปิดเมืองในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมมีการออกประกาศคำสั่งห้ามให้บริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศหยุดดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยว รวมทั้งหยุดการขายผลิตภัณฑ์ตั๋วเครื่องบินและโรงแรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่กำลังแพร่ระบาด

อันดับแรกส่งผลกระทบต่อมัคคุเทศก์เป็นอย่างมาก ซึ่งในขณะนี้ตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวยังเมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก พอมีคำสั่งปิดประเทศทำให้มัคคุเทศก์ บางคนต้องกลับภูมิลำเนา เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวพัทยาเลยรวมไปถึงผู้ประกอบการเรือเร็ว เรือโดยสารที่ข้ามไปเกาะล้าน ร้านอาหาร เพราะเขาก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่ามันก็ต้องมีการปิดอย่างรวดเร็วขนาดนี้
บางที่ก็มีการประชุมในหน่วยงานร้านอาหารที่มีทัวร์จีนไปลง เบื้องต้นก็ปิดร้าน 1 เดือนก่อน บางที่ก็ให้เงินเดือนพนักงานครึ่งหนึ่ง บางที่ก็ต้องให้กลับภูมิลำเนาไปก่อน พนักงานขับรถก็เป็นส่วนหนึ่ง พนักงานโรงแรมบางส่วนเพราะว่าบางโรงแรมรับนักท่องเที่ยวจีนอย่างเดียว บางโรงแรมก็รับทัวร์จีน 80-90 เปอร์เซ็นต์ เพราะช่วงหลังๆ นักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อการเที่ยวเที่ยวเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะสวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมสวนนงนุชพัทยา วันละไม่ต่ำกว่า 3,000 – 4,000 คน แต่หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 แล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน หายไปจากสวนนงนุชพัทยาจนเกือบหมด

สวนนงนุชพัทยา นำโดย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้นำพนักงาน เจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ พร้อมนักแสดง และช้างแสนรู้ มารวมพลังร่วมเปล่งเสียงประกาศเป็นภาษาจีนว่า อู่ฮั่น เจีย โหยวจงกั๋ว เจีย โหยว ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่าอู่ฮั่น สู้สู้ ประเทศจีน สู้สู้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวจีนในเมืองอู่ฮั่นสู้ กับเชื้อไวรัสโคโรน่า จนประสบผลสำเร็จอย่างรวดเร็ว

ด้าน นายกเมืองพัทยาวอนผู้ไม่หวังดีหยุด “เฟคนิวส์” สร้างความตื่นตระหนกปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าในพื้นที่เมืองพัทยา ระบุไม่สร้างสรรค์ส่งผลกระทบสถานการณ์ความหวาดวิตก ปัญหาการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ เพราะได้มีบุคคลไม่หวังดี มีการโพสต์ข้อความผ่านโลกโซเชียล ระบุข้อความว่า

“พัทยามีคนป่วยโคโรน่า ตายไป 1 คน ทำไมต้องปิดข่าว ประชาชนจะได้ระวังตัวกัน ห่วงเศรษฐกิจมากกว่าประชาชน” ซึ่งข้อ ความดังกล่าวทำให้ประชาชนเกิดความหวาดวิตกและมีการแชร์ต่อกันออกไปอย่างแพร่หลาย โดยถือว่าเรื่องนี้สร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยวในภาพรวมของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่จากหน่วย งานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่าสำหรับข่าวที่มีการควบคุมตัวผู้ที่โพสต์ข่าวปลอมหรือ Fake News สร้างกระแส “ไวรัสโคโรนาในเมืองพัทยา” ได้นั้นเคสนี้ถือเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งถือว่าบุคคลเหล่านี้บ่อนทำลายชื่อเสียงของบ้านเมืองเป็นอย่างมาก จึงควรจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังและลงโทษบุคคลที่สร้างโพสต์ข่าวปลอมหรือ Fake News เพื่อให้เป็นตัวอย่างกับบุคคลอื่นๆที่จะทำตาม ซึ่งเรื่องนี้ในต่างประเทศถือว่ามีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างสูงสุด เพราะถือว่าเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของบ้านเมือง ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ และยังทำลายด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย...

บก.อ้อย ฑรดา รายงานข่าว

อินทรี หรือ ไก่
ตามข่าวชาวบ้าน นสพ.ไทยชน/นสพ.ตะวันใหม่นิวส์ »
หากคุณขยัน และอยากรวย