

โดยมี ดร.พระอธิการ ปัญญา ปัญญธโร เจ้าอาวาสวัดประชานาถ , เสี่ยตี๋(มัก) แซ่อั้ง พร้อม บริษัทโปรเกรส ซิปปิ้ง ทรานสปอร์ต –ทรานส์ จำกัด คุณสราวรี ทิพย์สุมาลี และ คณะครูอาจารย์-นักเรียน โรงเรียนเทศบาล2แหลมฉบัง-คณะศิษย์ปู่ฤษี 108 พระองค์(บ่อวิน) อุบาสก อุบาสิกา แม่ชี ชาวบ้านเทศบาลนครแหลมฉบัง ร่วมเป็นเจ้าภาพ


ดร.พระอธิการ ปัญญา ปัญญธโร เจ้าอาวาสวัดประชานาถ ประธานฝ่ายสงฆ์ ได้เปิดเผยว่า สร้างพระศรีอริยเมตตรัย ครั้งนี้ นับเป็น การสร้างมหาบุญอันยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นเกียรติประวัติ ในพระพุทธศาสนา ของจังหวัดชลบุรี ที่จะมีองค์พระศรีอริยเมตตรัย องค์ใหญ่ หน้าตัก162 นิ้ว 4 เมตร 10 เซนติเมตร ซึ่งนับว่าเป็นองค์ขนาดใหญ่ เพื่อสืบสานต่อพระพุทธศาสนา ชั่วลูกหลานเหลนโหลน

ดร.พระอธิการ ปัญญา ปัญญธโร ในฐานะประธานฝ่ายสงฆ์ กล่าวต่อกับผู้สื่อข่าวว่า วัดปชานาถ จ.ชลบุรี ได้ร่วมญาติธรรม สร้างมหาบุญอันยิ่งใหญ่ สร้างพระศรีอริยเมตตรัย องค์ใหญ่ ได้รับการบริจาคการสร้างจาก เสี่ยตี๋ (มัก) แซ่อั้ง พร้อม บริษัทโปรเกรส ซิปปิ้ง ทรานสปอร์ต จำกัด , บริษัทโปรเกรส ทรานส์ จำกัด, คุณสราวรี ทิพย์สุมาลี

และ คณะครูอาจารย์-นักเรียน โรงเรียนเทศบาล2แหลมฉบัง-คณะศิษย์ปู่ฤษี 108 พระองค์(บ่อวิน) อุบาสก อุบาสิกา แม่ชี ชาวบ้านเทศบาลนครแหลมฉบัง ร่วมเป็นเจ้าภาพ กันทุกๆคน หลังจากนี้อีกไม่กี่วันหลังจาก โรงหล่อ ตกแต่งองค์พระศรีอริยเมตตรัย เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ จะนำมาประดิษฐาน ให้ญาติพี่น้องได้กราบไหว้เคารพบูชา เพื่อสืบสานต่อตามรอบพระพุทธศาสนาต่อไป

ดร.แอ๋ ตะวันใหม่ ประธานมูลนิธิ ช่วยภัย ประชาชน ได้ไปสืบค้นประวัติของ พระศรีอริยเมตตรัย เพื่อมาเผยแพร่ให้ชนรุ่นหลังได้ทราบ กล่าวว่า จากพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓. มหาปรินิพพานสูตร (๑๖) ดูกรอานนท์
(เรื่องที่จะกล่าวต่อไป คือวิปริตของภูมิอากาศ แผ่นดินไหว น่าจะเป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรัสรู้ของพระโพธิสัตว์)

พระศรีอริยเมตตรัย คือพระโพธิสัตว์จะมาช่วยสืบอายุพุทธศาสนาในกึ่งพุทธกาลของพระ ตถาคต นั้น จะมีสรรพวัตถุทั้งหลายบังเกิดขึ้นแก่โลก สิ่งที่ไม่รู้จะได้รู้ สิ่งที่ไม่พบเห็นก็จะได้เห็น พร้อมด้วยบุรพนิมิตอันชั่วร้ายต่าง ๆ ก็จะบังเกิดขึ้นแก่โลกมากมาย ผู้ไม่ประมาท คนดีมีศีลธรรม ย่อมน่าจะผ่าน พ้นมหันตภัย ล้างโลกนี้ไปได้ จากการวิเคราะห์ในเรื่องการเข้าสู่ยุคทองแล้ว จะเห็นว่าเรื่องในพระไตรปิฎก มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันและพยากรณ์ดังกล่าว จึงได้นำมาลงไว้ เพื่อความรู้และปัญญา และที่สำคัญ เวลาการมาปรากฏของพระจักรพรรดิของทุกๆ ศาสนาที่สำคัญของโลก บ่งเหตุการณ์ที่ มิลเลนเนี่ยม (Millennium) หรือ กึ่งพุทธกาล ที่น่าสนใจคือ เวลาของทั้งสองทั้งที่ยึดพระเจ้าเป็นหลัก กับที่ไม่ยึดพระเจ้าเป็นหลัก ต่างมีเวลาใกล้เคียงกันและอาจถือได้ว่าเป็นเวลาเดียวกัน

พระพุทธเจ้าตรัส มหาปฐพีนี้ตั้งอยู่บนน้ำ น้ำตั้งอยู่บนลม ลมตั้งอยู่บนอากาศสมัยที่ลมใหญ่พัด เมื่อลมใหญ่พัดอยู่ย่อมยังน้ำให้ไหว น้ำไหวแล้ว ย่อมยังแผ่นดินให้ไหว อันนี้เป็นเหตุ เป็นปัจจัยข้อที่หนึ่ง เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏ ฯ คำพยากรณ์นี้เป็นจริงในปัจจุบันแล้ว โดยแผ่นดินไหวใหญ่ได้เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 และเป็นมาตลอดจนถึงเวลานี้ นักวิทยาศาสตร์มีข้อมูลเกี่ยวกับอิทธิพลจากนอกโลกเช่น อิทธิพลของลมพายุสุริยะ อาจเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ได้

อีกประการหนึ่ง สมณะหรือพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ ถึงความเป็นผู้ชำนาญในทางจิต หรือว่าเทวดาผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก เขาเจริญปฐวีสัญญาเพียงเล็กน้อย เจริญอาโปสัญญาอย่างแรงกล้า เขาย่อมยังแผ่นดินนี้ให้สะเทือนสะท้านหวั่นไหวได้ อันนี้เป็นปัจจัยข้อที่สอง เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏ ฯ (ข้อสังเกตุ พระพุทธเจ้าตรัสสอนไม่ให้เราพึ่งเทพเทวดา ให้พึ่งตนเอง แต่พระพุทธเจ้าไม่ปฏิเสธในเรื่องของพระเจ้าเช่นท้าวสักกะเทวราช)
อีกประการหนึ่ง เมื่อใด พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เมื่อนั้น แผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหว อันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ห้าเพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏ ฯ

อีกประการหนึ่ง เมื่อใด พระตถาคตให้อนุตรธรรมจักรเป็นไป เมื่อนั้นแผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหว อันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่หก เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏ ฯ
สิ่งที่นำมาแสดง มีความสำคัญยิ่ง และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันอย่างไร

1. วิปริตของดินฟ้าอากาศในปัจจุบัน เป็นไปอย่างต่อเนื่อง แม้หิมะตกในพื้นที่ร้อนที่ไม่เคยตกมาก่อน แผ่นดินไหวมากผิดปกติ
2. อนุตรธรรมจักรเป็นไปนั้น มีหลักฐานว่ามีความหมายถึงการมาปรากฏของพระจักรพรรดิ แต่ประชาชนทั่วๆไปไม่สนใจ จึงทำให้ภัยพิบัติสารพัดทิศเกิดขึ้นต่อเนื่องไปทั่วโลก ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ 10 ประการ ใน อดีตกรรมที่พระองค์ทรงแอบสับเปลี่ยนดอกบัวของพระจักรพรรดิ (พระศรีอารย์) ซึ่งจะมาช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาในกึ่งพุทธกาล เพื่อให้พระพุทธศาสนาอยู่ถึง 5000 ปี และในพุทธทำนาย

"เมื่อ พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์จะมาช่วยสืบอายุพุทธศาสนาในกึ่งพุทธกาลของพระ ตถาคต นั้น จะมีสรรพวัตถุทั้งหลายบังเกิดขึ้นแก่โลก สิ่งที่ไม่รู้จะได้รู้ สิ่งที่ไม่พบเห็นก็จะได้เห็น พร้อมด้วยบุรพนิมิตอันชั่วร้ายต่าง ๆ ก็จะบังเกิดขึ้นแก่โลกมากมายยิ่งนักดังนี้
1. ราชภัย ท้าวพระยาจะบังคับเบียดเบียนพลเมือง
2. โจรภัย จะบังเกิดโจรผู้ร้ายปล้นสะดมทั่วไป
3. อัคคีภัย ไฟจะไหม้บ้านเมืองไม่ขาดสาย (ไฟควรบ่งถึงความไม่สงบ ความเดือดร้อนต่างๆ ด้วย)
4. อสุนีบาต ฟ้าจะผ่าสัตว์และคนล้มตายบ่อย ๆ (ในปี ค.ศ. 1992 พ.ศ. 2535 ฟ้าฝ่าที่ประเทศฝรั่งเศษ 30,000 ในวันเดียว)
5. เมทนีภัย แผ่นดินจะไหวสะท้านและแยกออกจากกัน
6. วาตภัย จะเกิดลมพายุพัดพาบ้านเมืองพินาศ
7. อุทกภัย น้ำำท่วมบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นา
8. ทุพภิกขภัย จะเกิดข้าวยากหมากแพงและอดอาหาร
9. พยาธิภัย จะเกิดโรคระบาดคนและสัตว์ล้มตาย
10. สัตถภัย จะรบราฆ่าฟันกันล้มตายร้ายแรง


ท่านควรพิจารณาว่า คำทำนายทั้ง 10 ข้อ เป็นจริงหรือไม่
เรื่องที่จะนำเสนอต่อไป เกี่ยวข้องกับงานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจากการวิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเรื่องในพระไตรปิฎก มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันจึงได้นำมาลงไว้ เพื่อท่านจักได้พิจารณา
ฉะนั้นเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสในพระมหาปรินิพพาน จึงแสดงถึง
1. วิปริตของดินฟ้าอากาศในปัจจุบัน เกี่ยวข้องการมาปรากฏของพระจักรพรรดิ
2. การตรัสรู้ของพระจักรพรรดิ
3. อนุตรธรรมจักรเป็นไปนั้น เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติสารพัดทิศ โรคภัยต่างๆ และข้าวยากหมากแพง

ท้าวสักกะเทวราชจุติเป็นพระจักรพรรดิ คือพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 ในภัทรกัป
ขยายความเรื่องสำคัญ ที่ควรเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธเจ้ามิได้ทรงปฏิเสธเรื่องเทพ มาร .... ความชัดเจนสามารถพิจารณาได้จาก
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค - ๘. สักกปัญหสูตร ข้าพเจ้า (พระอานนท์) ได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในถ้ำอินทสาละ ณ เวทิยกบรรพต ด้านทิศอุดร แห่งพราหมณคามชื่ออัมพสัณฑ์ อันตั้งอยู่ด้านทิศปราจีน แห่งพระ นครราชคฤห์ ในแคว้นมคธ ฯ

ก็สมัยนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทพ (เทพเจ้าแห่งสามโลก) ได้บังเกิดความขวนขวาย เพื่อจะเฝ้า พระผู้มีพระภาค ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพได้ทรงพระดำริว่า บัดนี้ พระผู้มีพระ ภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ที่ไหนหนอ ท้าวสักกะจอมเทพได้ทรง เห็นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในถ้ำอินทสาละ ณ เวทิยกบรรพต ด้านทิศอุดร แห่งพราหมณคามชื่ออัมพสัณฑ์ อันตั้งอยู่ด้านทิศปราจีนแห่งพระนครราชคฤห์ ในแคว้นมคธ ครั้นแล้ว จึงตรัสเรียกพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์มาตรัสว่า .... ....

ท้าวสักกะจอมเทพ อันพระผู้มีพระภาคทรงให้โอกาสแล้ว ได้ทูลถามปัญหาข้อแรกกะพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ พวก เทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ มีอะไรเป็นเครื่องผูกพันใจไว้ อนึ่ง ชน เป็นอันมากเหล่าอื่นนั้น เป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีอาชญา ไม่มีศัตรู ไม่มีความ พยาบาท ย่อมปรารถนาว่า ขอพวกเราจงเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่เถิด ก็และพวกเขามี ความปรารถนาอยู่ดังนี้ ก็ไฉน เขายังเป็นผู้มีเวร มีอาชญา มีศัตรู มีความพยาบาทยังจองเวรกันอยู่ ท้าวสักกะจอมเทพได้ทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคด้วยประการ ฉะนี้ ฯ

พระผู้มีพระภาค อันท้าวสักกะจอมเทพทูลถามปัญหาแล้ว ทรงพยากรณ์ว่า ดูกรจอมเทพ พวกเทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ มีความริษยาและ ความตระหนี่เป็นเครื่องผูกพันใจไว้ อนึ่ง ชนเป็นอันมากเหล่าอื่นนั้น เป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีอาชญา ไม่มีศัตรู ไม่มีความพยาบาทย่อมปรารถนาว่า ขอพวกเราจงเป็น ผู้ไม่มีเวรอยู่เถิด ก็และพวกเขามีความปรารถนาอยู่ดังนี้ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเป็น ผู้มีเวร มีอาชญา มีศัตรู มีความพยาบาท ยังจองเวรกันอยู่ พระผู้มีพระภาค อันท้าวสักกะจอมเทพทูลถามปัญหาแล้ว ทรงพยากรณ์ด้วยประการฉะนี้ ฯ ....
ท้าวสักกะจอมเทพทรงชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาค ในปัญหาพยากรณ์ข้อแรกดังนี้แล้ว จึงได้ทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคยิ่งขึ้นไป ว่า ....

.... ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์ประการที่สี่อย่างนี้ว่า ถ้าความตรัสรู้จักมีแก่เราในภายหน้า โดยธรรมไซร้ เราจักเป็นผู้รู้ทั่วถึงอยู่ นั่นแหละจักเป็นที่สุดของเรา ดังนี้ จึงประกาศการได้รับความยินดี การได้รับความโสมนัส เห็นปานนี้ ฯ ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์ประการที่ห้าอย่างนี้ว่า หากเราจุติจากกายมนุษย์แล้ว ละอายุอันเป็นของ มนุษย์แล้ว จักกลับเป็นเทวดาอีกจักเป็นผู้สูงสุดในเทวโลก ดังนี้ จึงประกาศการได้รับความยินดี การได้รับความโสมนัสเห็นปานนี้ ฯ .... ท้าวสักกะเปล่งอุทาน ได้ธรรมจักษุ ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพเอาพระหัตถ์ตบปฐพี แล้วทรงเปล่งอุทาน ๓ ครั้งว่า ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาคอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้อยู่ ดวงตาเห็นธรรม อันปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน บังเกิดขึ้นแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นทั้งมวลล้วนมีความดับเป็นธรรมดา และบังเกิด ขึ้นแก่เทวดาแปดหมื่นพวกอื่น ปัญหาที่เชื้อเชิญให้ถามที่ท้าวสักกะจอมเทพทูล ถามนั้น พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์แล้ว ด้วยประการดังนี้ เพราะฉะนั้น คำว่า สักกปัญหา จึงเป็นชื่อของไวยากรณ์ภาษิตนี้ ฉะนี้แล ฯ สักกปัญหสูตร ที่นำมาลงนี้ จะมีความสำคัญยิ่ง และจะเกี่ยวเนื่องกับพยากรณ์ ที่สำคัญๆ อีกหลายๆ เรื่อง สรุป โปรดพิจารณา 2 สิ่งที่ท้าวสักกะตรัสไว้คือ

1. ความตรัสรู้จักมีแก่เราในภายหน้า (คำว่าตรัสรู้จะใชกับพระพุทธเจ้า) และนี่เป็นหลักฐานที่ว่าพระจักรพรรดิเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 ในภัทรกัป
2. เราจุติจากกายมนุษย์แล้ว ละอายุอันเป็นของ มนุษย์แล้ว จักกลับเป็นเทวดาอีกจักเป็นผู้สูงสุดในเทวโลก แสดงว่าท้าวท้าวสักกะจอมเทพ สามารจุติแบ่งภาคมาป็นมนุษย์ได้
เหตุการณ์วิปริตโลกเกิดภัยพิบัติไม่หยุดหย่อนโดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 1991-1992 (พ.ศ. 2534-2535) จนถึงปัจจุบันโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด กลับเพิ่มความรุนแรงตามที่เป็นข่าวไปทั่วโลกอยู่เสมอ ล่าสุดก็คือ ภัยจากโรคร้ายแรง “โควิด19” ที่ทำเอาชาวโลกต้องล้มตายไปเป็นจำนวนมาก

จากคำทำนาย เรื่องที่ท่านไม่ควรประมาท คือ ใครเป็นผู้กำหนดลดประชากรโลกลงประมาณ 90% เหลือเพียง 500 ล้านคนจากที่มีอยู่ในปัจจุบันประมาณ 7000 ล้านคน เรื่องนี้อยู่ในพุทธทำนายและพยากรณ์โลกต่างๆ รวมทั้งบัญญัติ 10 ประการของปี 1980 ประเด็นสำคัญของภัยพิบัติในเวลาปัจจุบัน และพยากรณ์โลกต่างๆ เช่น พุทธทำนาย และนอสตราดามุส เป็นต้น น่าจะมาลงเอยให้เห็นความชัดเจนที่ บัญญัติ 10 ประการปี 1980 (พ.ศ. 2523) คือ บัญญัติ 10 ประการั้มีเผยแพร่ในปัจจุบัน
...นายสันติ สิทธิศรี ผช.หน.ศูนย์ข่าวแหลมฉบัง จ.ชลบุรี รายงาน

อินทรี หรือ ไก่
ตามข่าวชาวบ้าน นสพ.ไทยชน/นสพ.ตะวันใหม่นิวส์ »
หากคุณขยัน และอยากรวย